บริษัท ศูนย์ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา ( ศ.ท.ศ. ) จำกัด 47 ปี แห่ง ความภาคภูมิใจ ในบริการ
คุณอยู่ที่หน้า หน้าแรก  ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทย  วิถีชาวคลองรางจระเข้  
  เริ่มต้นที่นี่
 บริการท่องเที่ยว ออนไลน์
 ข้อมูลท่องเที่ยวทั่วไทย
 สาระความรู้
 สมัครสมาชิก
 ข่าวท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์
 ประวัติบริษัท
 ติดต่อเรา
 
  ความรู้เพิ่มเติม
  + ข้อมูลจังหวัด
  รายการนำเที่ยว ที่เกี่ยวข้อง
  บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง
   
  + แพคเก็จทัวร์คลองรางจระเข
  ที่พัก ในบริเวณนี้
   
  + โฮมสเตย์คลองรางจระเข
  พยากรณ์อากาศ
  รูปสวยๆ
 
 
 เรื่อง: ดวงตา   ภาพ: พิราบน้อย
วิถีชาวคลองรางจระเข้


วันหนึ่งเมื่อฉันรู้สึกเบื่อกับชีวิตจำเจ กับความคร่ำเครียดในชีวิตการงาน ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแต่แสงไฟนีออนส่อง
มาตามโต๊ะทำงาน มองไปนอกอาคารพบแต่อาคารปูนเป็นบล็อกๆ ช่างไร้ชีวิตชีวา ประตูหน้าต่างล้วนเป็นกระจก
ปิดมิดชิดพึ่งแต่ความเย็นจากเครื่องแอร์ ที่คอยปล่อยมลภาวะสู่สภาพแวดล้อมภายนอก
แต่ละสายของถนนคลาคล่ำไปด้วยรถพร้อมกับปล่อยไอควันกระจายคละคลุ้งเจือปนกับฝุ่น

แน่นอนความคิดของฉันกำลังโลดแล่นไปตามแรงปรารถนาของหัวใจที่เรียกร้อง มองหาสถานที่สักแห่ง
ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อเปลี่ยนจากวิถีคนเมืองเป็นวิถีพื้นบ้านที่ไม่มีการปรุงแต่ง
ด้วยรสชาติของการท่องเที่ยว ซึ่งบางครั้งอาจจะทำให้เราพบสัจจธรรมบางสิ่งได้ถ่องแท้

วันนั้นฉันขับรถไปกับเพื่อนคู่ใจ ตั้งใจว่าจุดหมายคราวนี้ใช้ระยะทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร
แล้วจะพักผ่อนกับความเรียบง่ายให้สุขใจ ใช่เลยที่นี่แหละที่ได้รับคำบอกเล่ามา “วิถีชาวคลองรางจระเข้”
ความเงียบสงบน่าอยู่ของชีวิตบนสายน้ำ แม้ความเจริญ และถนนทุกสายจะคลืบคลานเข้ามา
ก็ไม่สามารถเปลี่ยนวิถีที่เรียบง่ายในธรรมชาติ ด้วยจิตสำนึกอนุรักษ์ของชุมชนริมคลองรางจระเข้นี้ได้
สายน้ำก่อเกิดสรรพชีวิตเป็นห่วงโซ่โยงใยสรรพสิ่ง ให้พึ่งพาซึ่งกันและกัน
ต่างเรียนรู้ต่างเข้าใจที่จะอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

ฉันเลือกที่จะมาพักผ่อนที่นี่ มีโฮมสเตย์แบบชาวบ้านๆ ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ปลอดภัย และจริงใจ
ของเจ้าของบ้านที่อยากจะสื่อให้เรารับรู้ได้ถึงคุณค่าวิถีพื้นบ้านมากกว่าทำโฮมสเตย์เพื่อพาณิชย์
บ้านแต่ละหลังปลูกห่างเป็นระยะพอควร ไม่หนาแน่น บ้างก็เป็นเรือนไทย บ้างก็เป็นเรือนริมน้ำมีสะพานทอดยาว
ปลายสะพานเป็นศาลาไว้รับลมนั่งเล่นที่ยังคงสภาพย้อนยุคกว่า 40 ปีที่แล้ว


ความเงียบสงบน่าอยู่ของสายน้ำคลองรางจระเข้


บ้านหลังสีเหลืองหลังนี้ คือ โฮมสเตย์คลองรางจระเข้
เจ้าของบ้านเล่าว่า ในฤดูน้ำหลากจะต้องนั่งเรือเท่านั้นถึงจะมาเที่ยวที่นี่ได้

ความสงบเงียบทำให้เสียงเจื้อยแจ้วของนกช่างไพเราะชัดเจนยิ่ง เจ้าของบ้านแนะนำให้ลอง “ สปาเท้า”
พวกเราได้หย่อนเท้าลงน้ำในคลอง บรรดาปลาตัวเล็กตัวน้อยมาตอดที่เท้ากันมารุมมาตุ้ม ตอดดุ๊บ ตอดดุ๊บ
ชวนจั๊กจี้ จั๊กกะเดียม


พลาดไม่ได้หากได้มาเยือน ต้องลองมาทำสปาเท้า ด้วย "ปลาแขยง" ความรู้สึกเป็นอย่างไรต้องลองเองค่ะ


สองสาวนั่งให้อาหารปลาอย่างเพลิดเพลิน

ท่าน้ำสำหรับลงเรือ และนั่งทำสปาเท้า ยามเย็นบรรยากาศดีจริงๆ



อีกหนึ่งกิจกรรม คือการพายเรือ แต่พายไปไกลๆ ไม่ไหวค่ะเพราะกระแสน้ำค่อนข้างแรง


แล้วก็ลงเรือล่องคลองรางจระเข้ เรือลำใหญ่ ปลอดภัยค่ะ
พี่ติ๋ม เจ้าของบ้าน (เสื้อส้ม) ให้เกียรตินำเที่ยว และบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตแห่งสายน้ำคลองรางจระเข้ด้วยตัวเิิอง

จากนั้นลงเรือล่องคลองรางจระเข้ ชมทุ่งนาอันกว้างใหญ่ไพศาล ยามนี้ทุ่งสีทองสวยแบบหนึ่ง
ครั้งหน้าฉันจะมายามทุ่งนาเขียวขจี จะได้เห็นความสวยงามอีกแบบหนึ่ง

สองฟากฝั่งคลอง มีต้นไม้ใหญ่ให้คนและสัตว์ได้พักพิง ต้นตาล ต้นมะกอกน้ำ ต้นสะตือ เป็นไม้ยืนต้น
ต่างชักชวนกันดูนกสร้างรังบนต้นไม้ หายากนักที่จะเห็นรังนกกระจาบ เกาะบนต้นไม้ได้สวยงามอย่างนี้
พวกเราได้เรียนรู้ความแตกต่างของรังนกตัวผู้ และรังนกตัวเมีย และวิถีการสร้างครอบครัวของนกที่มีแบบแผน
เรือล่องไปอีกนิดก็เห็นฝูงห่านฝูงเป็ด พอเรือแล่นเข้าไปใกล้ ทั้งฝูงห่านและเป็ด ก็วิ่งกรูกันขึ้นบก
เป็นสัญชาตญาณที่พร้อมเพรียงกัน เป็นอีกภาพหนึ่งที่ไม่อาจพลาดได้ คำโบราณที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”
เป็นคำกล่าวที่เหมาะกับวิถีไทยเสียนี่กระไร ดูสิ ตามบ้านเรือนยังอุดมด้วยพืชน้ำที่ปลูกเป็นแพ ต้นสโน
พังพวยน้ำ ผักบุ้ง ผักสันตะวา และนาบัว คนที่ชอบรับประทานผักอย่างพวกเราอดนึกเมนูแสนโอชะเหล่านี้ไม่ได้
ผัดดอกสโนจิ้มน้ำพริก ยำพังพวยน้ำ ผักบุ้งไฟแดง ต้มกะทิสายบัว อู้ย...นึกแล้วน้ำลายสอ


รังนกกระจาบเกาะบนต้นไม้จำนวนมาก
แสดงถึงระบบนิเวศน์ที่ยังสมบูรณ์

ฝูงห่านและเป็ดพากันวิ่งแตกตื่นเมื่อเรือของเราแล่นผ่าน


สองรูปนี้คือ ยอจับปลาี่ เชื่อว่าคนในเมืองไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก
(ซ้าย) คือ ยอ ที่สร้างจากโลหะ (ขวา) คือ ยอ แบบเก่า ที่สร้างจากไม้
ถึงแม้เวลาจะผ่านไปแต่วิถีชีวิตชาวคลองรางจระเข้ ที่พึ่งพาธรรมชาติก็ยังเป็นเช่นเดิม



"ชาวบ้านจับปลา" ยังเป็นภาพที่เห็นได้ตลอดเส้นทางล่องคลองรางจระเข้


ในสายน้ำสายเดียวกัน มีทั้งโบสถ์พระแม่มามารี ในศาสนาคริสต์ และ วัด อยู่ร่วมชุมชนฉันท์พี่น้อง

บนเส้นทางล่องคลองรางจระเข้สายน้ำเดียวกันนี้ มีทั้งวัด และโบสถ์พระแม่มารีในศาสนาคริสต์ อยู่ร่วมชุมชนฉันท์พี่น้อง
ถ้อยทีถ้อยอาศัย เมื่อเรือแล่นผ่านบ้านใด หากทราบว่าเป็นแขกมาเยือน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่บนบ้านเป็นต้องโบกมือทักทาย

นั่น! ป้ากำลังพายเรือเก็บบัว เรือของเราแล่นเข้าไปใกล้ขอซื้อดอกบัวขาวเพื่อจะนำไปไหว้พระ ป้ายกกระจาดบัวให้เราเลือกเพียงดอกละ 1 บาท ถูกเหลือเกิน แล้วพี่ติ๋มเจ้าของบ้านก็สอนพวกเราจัดกลีบบัวเป็นชั้นซ้อน
สวยงาม เมื่อถึงหน้าวัดรางจระเข้ ขึ้นจากเรือได้ชม “ต้นสาละ” ซึ่งหาดูได้ยาก (ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้ประสูติิ
ใต้ต้นสาละ) เราได้นมัสการหลวงพ่อโต ในพระอุโบสถซึ่งกำลังบูรณะ พระพักตร์ของหลวงพ่อเป็นพระพักตร์
แห่งความเมตตา ผู้ใดมากราบไหว้แล้วสบายใจ


เรือของเราจอดเทียบเรือของป้าที่กำลังเก็บดอกบัว และป้าก็เต็มใจขายให้ในราคาที่ถูกเหลือเกิน


หลวงพ่อโต วัดรางจระเข้


“ต้นสาละ” ซึ่งหาดูได้ยาก (ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้ประสูติิใต้ต้นสาละ)

คืนนี้ฉันได้สนทนากับเจ้าของบ้าน ถ่ายทอดความคิดซึ่งกันและกัน ทำให้การมาเที่ยวของฉันครั้งนี้มีคุณค่ายิ่ง
“ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ” นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเสมือนกำลังใจที่เติมพลังให้เจ้าของถิ่นมีความภาคภูมิใจ
กับสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นพยายามรักษาไว้ เป็น “ ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ” แบบอย่างวิถีไทย วิถีพอเพียง
ให้ “ คลองรางจระเข้ ” เป็นอีกวิถีหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ไม่มีการปรุงแต่งใดๆ แล้วคุณจงมองให้เห็นคุณค่า


ขอจบด้วยภาพคุ้งน้ำหน้าวัดรางจระเข้ ยามอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าค่ะ

 
บริษัท ศูนย์ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา ( ศ.ท.ศ.) จำกัด  ใบอนุญาตเลขที่ 11/623
Education Tour Centre (S.T.S.) Company Limited  T.A.T. License 11/623
221/1-2 Moo. 5 Srinakarin Rd. ,Somrong Nua ,Muang , Samutprakarn 10270 Thailand
Tel. (+662) 758 5035 - 7 Fax.
(+662) 758 5039